【เที่ยวฟูนาบาชิ 1 วัน ใกล้โตเกียวแค่ 30 นาที】ทริปถ่ายรูปเน้นๆ สำหรับสองหนุ่มวัยเก๋า

船橋漁港

แผนเที่ยวฟูนาบาชิ 1 วัน: จากสวนสวยระดับโลกสู่ศาลเจ้าเก่าแก่และท่าเรือประมง

ขอแนะนำแผนการเดินเที่ยว 1 วันในเมืองฟูนาบาชิ จังหวัดชิบะ เริ่มต้นที่ “สวนฟูนาบาชิ อันเดอร์เซน” (Funabashi Andersen Park) สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นตัวแทนของเมือง ตามด้วย “ศาลเจ้าโออิฮิ” (ศาลเจ้าฟูนาบาชิ ไดจินกู) ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ และปิดท้ายด้วยการรับลมทะเลที่ “ท่าเรือประมงฟูนาบาชิ”

เมืองฟูนาบาชิมีการเดินทางที่สะดวกมากจากใจกลางโตเกียว แต่เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ตั้งอยู่กระจัดกระจายกัน การเตรียมตัวเรื่องวิธีเดินทางและการซื้อตั๋วล่วงหน้าจึงเป็นเคล็ดลับสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างเช่น “จำนวนรอบรถบัสน้อยกว่าที่คิด” หรือ “หลงทางเพราะจุดขึ้นรถที่สถานีมีความซับซ้อน” เราจึงได้รวบรวมข้อมูลการนำทางที่แม่นยำจากประสบการณ์จริงมาไว้ให้แล้ว

ในครั้งนี้ เราไม่เพียงแต่จะแนะนำเส้นทางการเดินทางที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเจาะลึกถึงจุดสำคัญที่จะช่วยให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศในท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเที่ยวฟูนาบาชิ ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางดูนะครับ

目次

เจาะลึกวิธีไปชานชาลารถไฟสาย Sobu Line (Rapid) ที่สถานีโตเกียว

เจาะลึกชานชาลารถไฟสาย Sobu Line (Rapid) ที่สถานีโตเกียว: จุดขึ้นรถไปฟูนาบาชิ

ชานชาลารถไฟสาย Sobu Line (Rapid) สำหรับเดินทางไปฟูนาบาชินั้น ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดินอย่างมาก ของสถานีโตเกียว โครงสร้างมีความซับซ้อนจนทำให้คนที่มาครั้งแรกหลงทางได้ง่าย

เราจึงได้สรุปจุดสำคัญเพื่อช่วยลดเวลาในการเปลี่ยนขบวนรถไว้ดังนี้ครับ:

สรุปจุดสำคัญเพื่อการเปลี่ยนขบวนรถที่รวดเร็ว

  • เน้นฝั่ง Marunouchi: ชานชาลาสาย Sobu Line จะตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก (Marunouchi) ของสถานีโตเกียว ดังนั้นหากคุณมาจากทางฝั่ง Yaesu จะต้องใช้เวลาเดินค่อนข้างนาน
  • มองหาป้ายสัญลักษณ์สีน้ำเงิน (JO): ให้เดินตามป้ายสัญลักษณ์สีน้ำเงินที่มีตัวอักษร “JO” ซึ่งเป็นรหัสสายของ Sobu Line (Rapid) เป็นหลัก
  • เผื่อเวลาอย่างน้อย 10-15 นาที: เนื่องจากต้องลงบันไดเลื่อนหลายชั้นเพื่อไปยังชั้นใต้ดิน B5 ควรเผื่อเวลาเดินเผื่อไว้เสมอเพื่อให้ทันรอบรถไฟ
หัวข้อ (項目) รายละเอียด (詳細)
ชื่อชานชาลา Sobu Underground Platforms (ชานชาลาหมายเลข 1-4)
ตำแหน่งที่ตั้ง ฝั่ง Marunouchi (ฝั่งพระราชวังอิมพีเรียล) ชั้นใต้ดิน B4
เวลาเดินทางโดยประมาณ เดินจากชานชาลาสาย Yamanote หรือ Chuo ประมาณ 10 นาที

東京駅の複雑な迷宮をスムーズに抜けるための、ステップ別の移動手順をタイ語にしました。


ขั้นตอนการเดินทางเพื่อไม่ให้หลงทาง (迷わないための移動手順)

  • 1
    มุ่งหน้าไปทางฝั่ง Marunouchi (丸の内側へ向かう)
    หลังจากลงจากรถไฟสาย Yamanote หรือ Chuo ให้มองหาป้ายทางออก “Marunouchi Underground” (丸の内地下出口)
    ⚠️ ข้อควรระวัง: อย่าเผลอเดินไปฝั่ง Yaesu (ทิศตรงกันข้าม) เพราะจะทำให้ต้องเดินไกลมาก
  • 2
    มองหาป้ายสัญลักษณ์สีน้ำเงิน “JO” (青色の「JO」サインを探す)
    เดินตามป้ายไฟสีน้ำเงินที่มีเขียนว่า “Sobu Line (Rapid)” (総武線快速)
    ป้ายเหล่านี้จะมีกำกับอยู่ตามเพดานและเสาทุกระยะ ให้เดินตามไปเรื่อยๆ
  • 3
    ลงบันไดเลื่อนไปยังชั้นใต้ดินลึก (地下深くへエスカレーターで降りる)
    คุณต้องผ่านทางเดินเชื่อมและลงบันไดเลื่อนยาวหลายตัวเพื่อไปยังชั้น B4/B5
    ควรเผื่อเวลาเดินจากชั้นบนลงไปถึงชานชาลาประมาณ 10 นาที
  • 4
    เช็คหมายเลขชานชาลา (1-4) (番線を確認する)
    รถไฟที่ไป Funabashi (船橋) หรือ Chiba (千葉) มักจะจอดที่ชานชาลาหมายเลข 1 หรือ 2
    ตรวจสอบป้ายไฟวิ่ง (Full Color LED) ก่อนขึ้นรถเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นรถไฟแบบ “Rapid” (快速)
ข้อควรระวัง

หากต้องการขึ้นรถไฟรอบเวลา 8:33 น. ควรเดินทางมาถึงโถงทางเดินชั้นบน (Ground Concourse) ของสถานีภายในเวลา 8:20 น. โดยเฉพาะหากคุณมีสัมภาระหนักหรือเดินทางกัน 2 คน การเคลื่อนที่อาจใช้เวลามากกว่าที่คิดครับ

ทำไมควรเลือกขึ้นรถไฟรอบ 8:33 น. ในเช้าวันอาทิตย์?

สำหรับแผนการเดินทางในครั้งนี้ เราได้อ้างอิงตามตารางเวลาเดินรถของวันอาทิตย์เป็นหลักครับ และท่ามกลางรอบรถไฟที่มีให้เลือกมากมาย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการออกจากสถานีโตเกียวตอน “8:33 น.” ถึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เรามาดูเหตุผลสำคัญกันครับ

หัวข้อ (項目) รายละเอียด (詳細)
ตารางเดินรถ วันอาทิตย์ (ตารางวันหยุด)
รถไฟที่แนะนำ จากสถานี Tokyo เวลา 8:33 น. (Sobu Line Rapid ไป Chiba)
เวลาถึง Funabashi ถึงเวลา 8:59 น.

ต่อรถบัสได้อย่างราบรื่น

การไปถึงสถานีฟูนาบาชิก่อนเวลา 09:00 น. จะช่วยให้คุณมีเวลาเหลือเฟือในการต่อรถบัสซึ่งมีจำนวนเที่ยวไม่มากนัก เพื่อมุ่งหน้าไปยังสวนอันเดอร์เซน หากเลือกเที่ยวรถที่สายกว่านี้ เวลาในการเพลิดเพลินภายในสวนจะลดน้อยลงไปอย่างมากครับ

ไปถึงทันเวลาสวนเปิด (09:30 น.) พอดี

เมื่อคำนวณระยะเวลาในการเดินทางด้วยรถบัสแล้ว คุณจะสามารถเข้าสวนได้ทันทีในช่วงที่เพิ่งเปิดทำการ ซึ่งเป็นช่วงที่คนยังไม่หนาแน่น โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ที่มักจะมีคนเยอะ การเริ่มขยับตัวตั้งแต่เช้าตรู่จะเป็นตัวตัดสินความพึงพอใจของทริปนี้เลยก็ว่าได้ครับ

รักษา “ความชิลล์” สไตล์หนุ่มวัยเก๋า

ในวันอาทิตย์ สถานีโตเกียวจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว การลงไปรอที่ชานชาลาล่วงหน้าจะเพิ่มโอกาสในการได้ที่นั่งมากขึ้น ช่วยให้คุณมีเวลาพักผ่อนถนอมร่างกายตลอด 30 นาทีจนถึงฟูนาบาชิ ซึ่งในวันที่เราเดินทางกันนี้ พวกเราก็นั่งมาได้ตลอดทางแบบสบายๆ เลยครับ

コンビニでの事前チケット購入ガイド

ที่ชั้น 1 ของตึกคอนโดมิเนียมสูง (Tower Mansion) บริเวณหน้าประตูทางออกทิศเหนือ (North Exit) จะมีร้าน FamilyMart ตั้งอยู่ครับ

เราขอแนะนำให้คุณ ซื้อตั๋วล่วงหน้า (Pre-sale Ticket) จากที่นี่ เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดบริเวณประตูทางเข้าสวน การมีตั๋วอยู่ในมือจะทำให้คุณเดินเข้าสวนได้ทันทีโดยไม่ต้องไปต่อแถวรอซื้อตั๋วที่หน้างาน และที่สำคัญคือ ราคาตั๋วล่วงหน้าจะถูกกว่าซื้อที่หน้าสวนอีกด้วยครับ

ขั้นตอนการใช้เครื่องมัลติคอปปี้ (Multi-copy Machine) ใน FamilyMart

สำหรับหนุ่มๆ วัยเรา การใช้งานเครื่องนี้อาจจะดูซับซ้อนไปนิดครับ (ถ้าไม่ไหวจริงๆ ให้พนักงานช่วยกดให้ได้เลย!) โดยลำดับขั้นตอนการกดบนหน้าจอเครื่องมีดังนี้:

1. เลือกเมนู “Ticket” (チケット)

  • บนหน้าจอหลัก ให้กดปุ่ม “Ticket” (チケット)

2. เลือก “Leisure Ticket” (レジャーチケット)

  • เลือกหมวดหมู่ “Leisure Ticket” (レジャーチケット) เพื่อหาตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว

3. เลือก “Sagawa Kyubutsu / JTB” (JTB レジャーチケット)

  • กดเลือกเมนูของ “JTB” ซึ่งเป็นผู้ให้บริการตั๋วเข้าสวนอันเดอร์เซน

4. ค้นหาด้วยชื่อสถานที่ หรือ ค้นหาจากแผนที่ (ค้นหาคำว่า Funabashi Andersen Park)

  • พิมพ์คำว่า “Funabashi Andersen Park” หรือเลือกจากโซน “Chiba”

5. เลือกจำนวนตั๋วและตรวจสอบความถูกต้อง

  • ระบุจำนวนตั๋วที่ต้องการ (เช่น ผู้ใหญ่ 2 ท่าน) แล้วกดยืนยันข้อมูล

6. นำใบชำระเงินไปที่เคาน์เตอร์

  • เครื่องจะพิมพ์ใบรับรองออกมา ให้นำใบนี้ไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ภายใน 30 นาที เพื่อรับตั๋วจริงครับ

ขอแค่คุณหาปุ่มที่เขียนว่า “JTB Leisure” (JTB レジャー) เจอ หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะง่ายแล้วครับ

เมื่อได้รับตั๋ว (ฉบับกระดาษ) จากเคาน์เตอร์ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้เก็บไว้ในที่ที่หยิบออกได้ง่ายจากกระเป๋า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสวนครับ

【การเดินทาง】ข้อควรระวังในการขึ้นรถบัสไปสวนอันเดอร์เซน

เนื่องจากสวนอันเดอร์เซนตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ การเดินทางด้วยรถบัสจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งครับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำนวนเที่ยวรถบัสมีค่อนข้างน้อย จุดนี้จึงถือเป็น “จุดที่ปราบเซียนที่สุด” และต้องระวังให้มากที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวในฟูนาบาชิภายใน 1 วันครับ

หัวข้อ (項目) รายละเอียดและข้อควรระวัง (内容と注意点)
ขาไป (จากสถานี Funabashi) ป้ายรถบัสทางออกทิศเหนือ (North Exit) **ป้ายหมายเลข 5** ช่วงเวลา 9 โมงเช้ามีรถเพียง 1 เที่ยวต่อชั่วโมง
ขากลับ (จากสวนสนุก) **ระวัง:** รถที่ไปสถานี “Misaki” หรือ “Komuro” **ต้องเลือกขึ้นรถบัสที่ไปสถานี Funabashi เท่านั้น**
เวลาในการเดินทาง ประมาณ 40-50 นาทีต่อเที่ยว ในวันอาทิตย์ถนนอาจรถติดและทำให้รถบัสมาล่าช้าได้

ในวันที่เดินทางนี้ พวกเราขึ้นรถบัสรอบเวลา 09:24 น. ครับ

ช่วงแรกคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ นั่งได้สบายๆ แต่พอถึงสถานีมิซากิ (Misaki Station) คนก็เริ่มขึ้นมาเยอะจนแน่นรถในทันทีเลยครับ

จุดสำคัญที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง! เมื่อจะเดินทางกลับจากสวนอันเดอร์เซนไปยังสถานีฟูนาบาชิ

หลังจากสนุกกับการเที่ยวชมสวนมาเต็มอิ่มแล้ว ตอนจะกลับสถานีต้องระวังให้ดีครับ เพราะถ้าเลือกขึ้นรถบัสผิดสาย คุณอาจจะไปโผล่ที่สถานีอื่นหรือไปผิดทิศทางเลยทีเดียว

โดยเฉพาะการเดินทางแบบ “ทริปชายหนุ่มวัยเก๋า 2 คน” ที่มักจะคุยกันเพลินจนลืมสังเกตป้ายรถบัสบ่อยๆ (พวกเราเข้าใจดีครับ!) ดังนั้น ขอให้ตรวจสอบจุดสำคัญดังนี้ครับ:

  • ระวังรถที่ไป “สถานีมิซากิ” (Misaki Station): ที่ป้ายรถบัสของสวนจะมีรถบัสหลายสายเข้ามาจอด โดยเฉพาะรถที่ไป “สถานีมิซากิ” (三咲駅) จะมีจำนวนเที่ยวค่อนข้างเยอะจนอาจจะทำให้เราเผลอเดินขึ้นไปได้ง่ายๆ แต่รถสายนี้จะพาคุณไปส่งที่รถไฟสาย Shin-Keisei ซึ่งไม่ใช่ทางกลับสถานี JR Funabashi โดยตรงครับ
  • ตรวจสอบป้ายไฟหน้ารถบัส: เมื่อรถบัสมาจอด ให้ดูที่ป้ายไฟด้านหน้ารถให้แน่ใจว่าเขียนว่า “สถานีฟูนาบาชิ” (船橋駅) ก่อนจะก้าวขึ้นรถนะครับ

สำหรับทริปนี้ พวกเราเลือกกลับด้วยรถบัสรอบเวลา 12:38 น. เพื่อเดินทางกลับเข้าสู่ตัวสถานีฟูนาบาชิครับ

【ท่องเที่ยว】เสน่ห์ของสวนฟูนาบาชิ อันเดอร์เซน (Funabashi Andersen Park)

เมื่อลงจากรถบัสที่เดินทางมาจากทางออกทิศเหนือของสถานีฟูนาบาชิ สิ่งที่รอคุณอยู่คือสวนสาธารณะอันกว้างใหญ่ที่จำลองบรรยากาศของประเทศเดนมาร์กในยุโรปเหนือมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แม้จะเป็นทริปที่ผู้ชายวัยเก๋า 2 คนมาเดินเที่ยวด้วยกัน ก็ไม่มีคำว่าเบื่อแน่นอนครับ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยจุดไฮไลท์ที่น่าสนใจมากมาย เดี๋ยวเราจะพาไปชมโซนต่างๆ ที่ไม่ควรพลาดกันครับ

บรรยากาศสไตล์ยุโรปเหนือแบบต้นตำรับ

บริเวณใจกลางสวนแห่งนี้ เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนและกังหันลมที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในประเทศเดนมาร์กช่วงศตวรรษที่ 19 เลยครับ

กังหันลมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของช่างชาวเดนมาร์กโดยเฉพาะ และมีความสูงถึง 16.4 เมตรเลยทีเดียวครับ

ภาพของกังหันลมที่ตัดกับท้องฟ้าสีครามในวันอาทิตย์นั้นช่างงดงามและมีพลัง จนทำให้เราเผลอลืมไปชั่วขณะเลยครับว่ากำลังอยู่ที่ญี่ปุ่น

อาคารที่สร้างด้วยอิฐแดงภายในสวนนั้น ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเลือกถ่ายรูปจากมุมไหนก็ออกมาสวยเหมือนภาพวาดเลยครับ

นอกจากนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ยังสามารถใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนได้ด้วย หากคุณเริ่มเดินเหนื่อยแล้ว เราขอแนะนำให้ลองนั่งลงพักสักครู่ แล้วดื่มด่ำกับทิวทัศน์รอบตัวอย่างช้าๆ ดูครับ

มวลหมู่ดอกไม้สี่ฤดูและสีสันอันสดใส

เสน่ห์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของสวนอันเดอร์เซนคือ ไม่ว่าคุณจะไปเยือนในช่วงเวลาไหน ก็จะได้เพลิดเพลินกับเหล่าดอกไม้ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีอยู่เสมอครับ

โดยเฉพาะการออกแบบสีสันของแปลงดอกไม้ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม การตัดกันของสีเหลืองและสีม่วงช่วยแต่งแต้มทางเดินให้ดูสดใสและมีชีวิตชีวามากครับ

หากลองก้มมองลงไป คุณจะพบกับดอกไม้เล็กๆ ที่ถูกปลูกไว้อย่างประณีตบรรจง ซึ่งช่วยสร้างความเพลิดเพลินใจให้กับผู้ที่เดินผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเห็นทัศนียภาพที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างอาคารและดอกไม้ได้ทั่วทั้งสวนเลยครับ

โดยเฉพาะการจับคู่กันระหว่าง “อาคารหลังคาสีฟ้า” กับ “ดอกไม้สีเหลือง” ที่บานสะพรั่งอยู่ด้านหน้านั้น เป็นการไล่เฉดสีที่สมบูรณ์แบบมาก และถือเป็นจุดถ่ายรูป (Photogenic) ที่สวยจนห้ามพลาดเลยครับ

ข้อมูลสวนสนุก (公園データ) รายละเอียด (詳細)
โซนหลัก (主なエリア) โซนเทพนิยาย (Märchen Hill), โซนอาณาจักรวันพากุ (Wanpaku Kingdom), พิพิธภัณฑ์ศิลปะเด็ก และอื่นๆ
เวลาในการเดินชม (歩行時間) หากต้องการเดินชมให้ทั่วอย่างช้าๆ ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง
ความหนาแน่นในวันอาทิตย์ (日曜日の混雑度) จะมีครอบครัวมาเที่ยวกันอย่างคึกคัก แต่เนื่องจากพื้นที่กว้างขวางมาก จึงยังสามารถพักผ่อนได้อย่างสบายๆ ไม่รู้สึกแออัด

การเดินเพลินชมดอกไม้และทิวทัศน์อาจทำให้คุณคอแห้งได้ง่ายๆ ครับ

ภายในสวนจะมีคาเฟ่และร้านขายของคอยให้บริการ แต่ในวันอาทิตย์คนอาจจะค่อนข้างเยอะและต้องรอคิวนาน เพื่อความสะดวกแนะนำให้เตรียมเครื่องดื่มติดตัวมาด้วยจะดีที่สุดครับ (ส่วนตู้กดน้ำอัตโนมัติคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ สบายใจได้ครับ)

【การเดินทาง・ท่องเที่ยว】มุ่งหน้าสู่ “ศาลเจ้าโอฮิ” (ศาลเจ้าฟูนาบาชิ ไดจิงกู)

หลังจากนั่งรถบัสจากสวนอันเดอร์เซนกลับมาถึงสถานีฟูนาบาชิแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาเดินสัมผัสประวัติศาสตร์ของเมืองนี้กันครับ

เรากำลังมุ่งหน้าไปยัง “ศาลเจ้าโอฮิ” (Ohi Jinja) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในแถบฟูนาบาชิ และเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันในชื่อ “ศาลเจ้าฟูนาบาชิ ไดจิงกู” (Funabashi Daijingu)

แต่ก่อนจะไปที่นั่น เราแวะเติมพลังด้วยมื้อเที่ยงใกล้ๆ สถานีก่อนครับ วันนี้เราเลือกไปที่ร้าน “Taisio Soba Touka” (鯛塩そば 灯花) ซึ่งตั้งอยู่ในตึก Shapo Funabashi ที่เชื่อมกับสถานีเลยครับ

ผมสั่ง “ราเมงเกลือซุปปลากะพง” (Tai-shio Ramen) แบบเพิ่มเส้นเป็นไซส์ใหญ่ครับ

รสชาติกลมกล่อมสดชื่นและอร่อยมากจริงๆ ถึงแม้ดูจากหน้าตาภายนอกอาจจะดูเหมือนปกติ แต่ขอบอกเลยว่าปริมาณเส้นเยอะแบบ “จุกๆ” เลยล่ะครับ

การเดินทางจากสถานีฟูนาบาชิ

จากสถานีฟูนาบาชิไปยังศาลเจ้า ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีครับ เป็นการเดินเล่นแบบสบายๆ สโลว์ไลฟ์ พร้อมกับชมบรรยากาศบ้านเรือนระหว่างทางไปด้วย

ไฮไลท์ภายในศาลเจ้า: สถาปัตยกรรมที่บอกเล่าประวัติศาสตร์

เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตศาลเจ้า คุณจะถูกโอบล้อมด้วยความเงียบสงบ จนแทบไม่เชื่อเลยว่าความวุ่นวายบริเวณหน้าสถานีเมื่อครู่นี้มีอยู่จริง

สิ่งแรกที่สะดุดตาคืองานแกะสลักอันวิจิตรบรรจงบนประตูศาลเจ้าที่ดูสง่างามมากครับ

ชายวัยกลางคนอย่างเราสองคนถึงกับต้องหยุดชะงัก และยืนจดจ้องชมฝีมือช่างอันประณีตที่มีความเข้มขลังและทรงพลังจนน่าทึ่งเลยทีเดียวครับ

และสิ่งที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือ “โทเมได” (Toumyodai) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชิบะครับ

นี่คือประภาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ความน่าสนใจที่ห้ามพลาดเลยคือดีไซน์แบบผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและตะวันตก (Wayo Secchu) โดยตัวอาคารด้านล่างเป็นทรงญี่ปุ่น แต่ด้านบนเป็นประภาคารทรงยุโรปซึ่งหาดูได้ยากมาก

เมื่อได้มายืนอยู่ตรงนี้ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปนึกถึงภาพในอดีตที่ประภาคารแห่งนี้เคยทำหน้าที่เฝ้าดูแลความปลอดภัยของท้องทะเลครับ

จุดแนะนำในการเดินชม

เนื่องจากพื้นที่ภายในศาลเจ้าส่วนใหญ่เป็นทางเดินหินกรวด อย่าลืมระมัดระวังเรื่องการก้าวเดินกันด้วยนะครับ และหลังจากไหว้พระขอพรเสร็จแล้ว เรามาเติมพลังกายพลังใจเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไป นั่นก็คือ “ท่าเรือประมงฟูนาบาชิ” กันครับ

【สถานที่ท่องเที่ยว】 ท่าเรือประมงฟูนาบาชิ และสวนสาธารณะชินซุย (Shinsui Park)

หลังจากที่เราได้สัมผัสบรรยากาศประวัติศาสตร์อันเงียบสงบภายในศาลเจ้าโอฮิกันแล้ว เราจะเดินมุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้กันต่อครับ

เพื่อไปชม “ทัศนียภาพแห่งท้องทะเล” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของฟูนาบาชิ โดยมีจุดหมายอยู่ที่ท่าเรือประมงฟูนาบาชิและสวนสาธารณะชินซุย (Shinsui Park) ครับ

เส้นทางเดินจากศาลเจ้าไปยังท่าเรือประมง

ระยะทางจากศาลเจ้าไปยังทะเล ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีครับ และเนื่องจากเป็นทางราบตลอดสาย จึงเดินได้อย่างสบายๆ ไม่ลำบากครับ

วิถีชีวิตประจำวัน ณ ท่าเรือประมง ท่ามกลางกลิ่นอายลมทะเล

ท่าเรือประมงฟูนาบาชิเจริญรุ่งเรืองมาอย่างยาวนาน ในฐานะศูนย์กลางการขึ้นอาหารทะเลสดๆ ที่เรียกกันว่า “เอโดะมาเอะ” (Edomae)

ภาพของเรือประมงที่จอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบอยู่ริมฝั่ง และเครื่องมือประมงอย่างตาข่ายดักปลา ต่างก็สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการใช้ชีวิตของผู้คนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในเมืองแห่งนี้ครับ

สวนสาธารณะชินซุย (Shinsui Park): จุดพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบสำหรับปิดท้ายทริป

ติดกับท่าเรือประมงเลยจะเป็นที่ตั้งของ “สวนสาธารณะฟูนาบาชิ ชินซุย” (Funabashi Shinsui Park) ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งริมทะเลบรรยากาศดีมากครับ

แต่ทว่า… มีข้อควรระวังอยู่เล็กน้อยหากคุณจะเดินจากตัวท่าเรือไปยังสวนสาธารณะครับ

คุณไม่สามารถเดินข้ามแม่น้ำไปได้โดยตรงครับ จำเป็นต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิมก่อนเพื่อหาทางข้ามสะพานไปอีกฝั่ง

จากตรงนี้คุณสามารถมองเห็นได้ทั้งท่าเรือประมงและห้าง “LaLaport TOKYO-BAY” ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่แปลกตาและน่าสนใจมาก เพราะเป็นจุดที่ภาพลักษณ์ของเมืองฟูนาบาชิทั้งแบบเก่าและแบบใหม่มาบรรจบกันครับ

ผมสังเกตเห็นเรือลำใหญ่จอดอยู่ไกลๆ เลยตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเลนส์เทเล (Telephoto) เพื่อเก็บภาพสวยๆ ครับ แต่เนื่องจากลมทะเลพัดแรงมาก ผมเลยต้องประคองกล้องให้มั่นที่สุดเพื่อไม่ให้ภาพสั่น และนี่คือภาพที่ได้มาครับ

ตอบข้อสงสัยให้ผู้อ่าน (Q&A)

ระยะทางในการเดินทั้งหมดประมาณเท่าไหร่?
ระยะทางเฉพาะช่วงที่เดินเท้าประมาณ 3-4 กิโลเมตรครับ แต่ถ้ารวมการเดินเล่นภายในสวนสาธารณะด้วยก็จะเกิน 10 กิโลเมตร ดังนั้นควรสวมรองเท้าที่ใส่สบายและเดินถนัดจะเป็นการดีที่สุดครับ
วันอาทิตย์จะมีที่นั่งบนรถไฟไหม?
ถ้าขึ้นรถไฟสาย Sobu Line Rapid ขบวนที่ออกจากสถานีโตเกียวเวลา 8:33 น. หากไปรอเข้าแถวเร็วหน่อยก็มีโอกาสสูงที่จะได้นั่งครับ ส่วนรถบัสจากสถานีฟูนาบาชิเอง ถ้าไปรอที่ป้ายล่วงหน้าสักพักก็น่าจะมีที่นั่งเช่นกันครับ
เรื่องอาหารกลางวันและอาหารเย็นล่ะ?
สำหรับอาหารกลางวัน หากกลับไปที่สถานีฟูนาบาชิ (Funabashi Station) จะมีร้านอาหารให้เลือกเยอะมากครับ ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 เยนก็หาทานได้แล้ว
ส่วนอาหารเย็น ตอนแรกผมคิดว่าจะไปทานที่ “LaLaport TOKYO-BAY” แต่คนเยอะมากจริงๆ ครับ เลยอยากแนะนำให้ไปหาทานแถวสถานีมินามิ-ฟูนาบาชิ (Minami-Funabashi) หรือสถานีฟูนาบาชิจะดีกว่าครับ
มีปัญหาเรื่องห้องน้ำไหม?
ทั้งที่สวนสาธารณะ ศาลเจ้า และสวนชินซุย (Shinsui Park) มีห้องน้ำไว้คอยบริการครบถ้วนครับ แต่เนื่องจากต้องนั่งรถบัสค่อนข้างนาน (ประมาณ 40 นาทีขึ้นไป) แนะนำว่าควรจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนขึ้นรถจะดีที่สุด เพื่อความสะดวกในการเดินทางครับ
ผู้ชายวัยกลางคน 2 คน ไปเที่ยวสวนแอนเดอร์เซน (Andersen Park) จะดูแปลกหรือขัดเขินไหม?
ไม่มีปัญหาเลยครับ! แม้ความจริงจะมีกลุ่มครอบครัวค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากพื้นที่ในสวนกว้างขวางมาก และมีจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับผู้ใหญ่อยู่เพียบ เช่น สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่สวยงามและสวนดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม หากคุณถือกล้องเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จะพบว่าเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและหรูหรามากครับ

บทสรุป: เที่ยวฟูนาบาชิให้เต็มอิ่ม (Funabashi Ultimate Guide)

เพียงแค่ตื่นเช้ากว่าปกติสักนิดในเช้าวันอาทิตย์ แล้วก้าวเดินออกมาจากสถานีโตเกียว ช่วงเวลาอันแสนคุ้มค่าที่ทำให้เราลืมชีวิตประจำวันอันวุ่นวายก็รออยู่ตรงหน้าแล้วครับ

  • สวนแอนเดอร์เซน (Andersen Park):ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนท่ามกลางทัศนียภาพสไตล์ยุโรปเหนือขนานแท้ และความงามของดอกไม้นานาพรรณที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันในทุกฤดูกาล
  • ศาลเจ้าโอฮิ (ศาลเจ้าฟูนาบาชิ ไดจินกู):เดินเล่นย้อนรอยต้นกำเนิดของเมือง พร้อมสัมผัสความศรัทธาผ่านงานแกะสลักอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และประภาคารโบราณที่หาชมได้ยาก
  • ท่าเรือประมงฟูนาบาชิและสวนชินซุย:ช่วงเวลาแห่งการดื่มด่ำกับบทส่งท้ายของการเดินทางอย่างเงียบสงบ ท่ามกลางกลิ่นอายของน้ำเค็มและเสียงคลื่นที่คอยปลอบประโลมใจ

ฟูนาบาชิเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ลุ่มลึก เดินทางจากใจกลางเมืองได้สะดวก แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้มาท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างเต็มที่

วันอาทิตย์หน้า ลองสวมรองเท้าคู่เก่งของคุณ แล้วออกไปสัมผัสกลิ่นอายลมทะเลที่ฟูนาบาชิดูสักครั้งไหมครับ?