เที่ยวหน้าร้อนที่นากาโทโระ|ไหว้ขอพรโชคลาภที่ศาลเจ้าฮโดซัง และสัมผัสลมเย็นที่โขดหินริมแม่น้ำ

ช่วงฤดูร้อนในญี่ปุ่นอากาศร้อนมากจริงๆ

บางครั้ง…ในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว ก็อยากออกไปยังสถานที่ที่ทำให้ใจรู้สึกสงบและสบาย

ทริปนี้เราไปที่นากาโทโระ จังหวัดไซตามะมาแหละ

โอบล้อมด้วยธรรมชาติและความสงบ สัมผัสสายลมเย็นริมโขดหิน แล้วไปพบความร่มรื่นและพรอันเป็นสิริมงคลที่ศาลเจ้าฮโดซัง

ขอพาไปสัมผัสหนึ่งวันหน้าร้อนแสนสงบแบบนี้ด้วยกันนะ

【ข้อมูลการเดินทางและแพลนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ】เดินทางสู่นากาโทโระอย่างคุ้มค่าด้วยบัตร Chichibu Free Pass

จากใจกลางเมืองโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เดินทางจากสถานีอิเคะบุคุโระ ผ่านสถานี Seibu-Chichibu ไปยังสถานี Nagatoro

ทริปนี้เราใช้บัตร Chichibu Free Pass ในการเดินทาง

Chichibu Free Pass

บัตรนี้รวมตั๋วไป–กลับระหว่างสถานีต้นทางของสาย Seibu กับสถานี Seibu-Chichibu และบัตรโดยสารแบบไม่จำกัดเที่ยวสำหรับช่วงระหว่างสถานี Ashigakubo ถึงสถานี Seibu-Chichibu รวมถึงรถไฟสาย Chichibu (ช่วงสถานี Nogami・Nagatoro ถึงสถานี Mitsumineguchi)

※หากต้องการใช้รถด่วนพิเศษ จะต้องซื้อตั๋วรถด่วนแยกต่างหาก (เช่น ตั๋วรถด่วน Laview จากอิเคะบุคุโระไป Seibu-Chichibu ราคาเที่ยวเดียว 900 เยน)

เมื่อมาถึงสถานีนากาโทโระ ก็สามารถเพลิดเพลินกับคอร์สท่องเที่ยวแบบไปกลับที่เดินชมได้จากสถานี

ขอพรให้โชคลาภที่ศาลเจ้าฮโดซัง สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ศาลเจ้าด้านใน แล้วใช้เวลายามบ่ายอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายลมเย็นริมโขดหิน…เป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษจริงๆ

【ขอพรเสริมโชคลาภ】เสน่ห์ของศาลเจ้าฮโดซังและศาลเจ้าด้านใน

สถานที่แรกที่เราไปเยือนคือ “ศาลเจ้าฮโดซัง” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมายาวนานในเรื่องการป้องกันไฟ โจรกรรม และเสริมโชคลาภด้านการเงิน

บริเวณศาลเจ้าที่รายล้อมด้วยดอกไม้ตามฤดูกาลนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศบริสุทธิ์ จนรู้สึกเหมือนใจสงบและเรียงตัวอย่างเป็นธรรมชาติ

เครื่องรางสีดำของศาลเจ้าฮโดซังที่เรียกว่า “Kisshō Mamori” เป็นไอเท็มยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโชคลาภด้านการเงิน

เจ้าหน้าที่ที่ศาลเจ้าอธิบายอย่างละเอียดและใส่ใจ จนรู้สึกเหมือนมีวาสนาอยากรับเครื่องรางกลับบ้านทันที

จากนั้นก็นั่งกระเช้าลอยฟ้าไปยังศาลเจ้าด้านในที่อยู่บนเขาฮโดซัง

แสดงบัตร Chichibu Free Pass แล้วรับส่วนลดได้ด้วย ที่ระดับความสูง 497 เมตร ท่ามกลางต้นไม้เงียบสงบ เราได้สัมผัสช่วงเวลาแห่งการสักการะที่แสนพิเศษ

ท่ามกลางบรรยากาศอันลึกลับ เรารู้สึกได้ถึงการไหลของเวลาในแบบที่แตกต่างจากชีวิตประจำวัน

【พักเบาๆ กับของอร่อยแห่งนากาโทโระ】เต็มอิ่มกับรสชาติท้องถิ่น

ระหว่างเดินเล่นในนากาโทโระ เราแวะร้านโซบะที่ตกแต่งสไตล์บ้านโบราณญี่ปุ่น

โซบะหอมๆ กับเทมปุระผักท้องถิ่น (ราคา 1,000 เยน) อร่อยสุดยอดเลย

และถ้าพูดถึงนากาโทโระในหน้าร้อน ก็ต้องนึกถึง “น้ำแข็งไสธรรมชาติ” (ราคา 600 เยน)

น้ำแข็งที่เพิ่งขูดใหม่ๆ ราดด้วยไซรัปโฮมเมด รสหวานละมุน ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายทันที

แล้วก็ “แตงกวา” (ราคา 150 เยน) อร่อยเกินคาดเลยจริงๆ!

ริมทางมีร้านแผงลอยขายปลาย่างเกลือ (แบบธรรมดา 900 เยน แบบมีไข่ 1,200 เยน) และร้านขนมญี่ปุ่นท้องถิ่นให้แวะชิม ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกจากการได้ลิ้มลองทีละนิดตลอดทาง

ของฝากที่แนะนำก็มีทั้งมิโสะจากชิชิบุและผักดองท้องถิ่น น่าซื้อกลับไปลองมากเลย

【เดินชิลชมวิวหินริมแม่น้ำ】สัมผัสความเย็นสบายระหว่างเดินเลียบลำธาร

แผ่นหินริมแม่น้ำอารากาวะที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีนากาโทโระ คือจุดไฮไลต์ของการเดินทางครั้งนี้เลย

แผ่นหินขนาดใหญ่และเรียบซ้อนกันเป็นชั้นๆ แผ่กว้างออกไป ด้านหน้าเป็นลำธารใสที่ไหลเอื่อยๆ อย่างสงบ

ขณะเดินท่ามกลางสายลมจากแม่น้ำ รู้สึกได้ถึงธรรมชาติที่ซึมซับเข้าสู่ทั้งร่างกายและจิตใจ

นั่งพักบนม้านั่ง พลางชมภาพเรือที่ล่องไปมาในแม่น้ำอย่างเงียบสงบ

แค่นั่งอยู่ริมแม่น้ำแล้วมองสายน้ำที่ไหลผ่าน เวลาก็เหมือนจะละลายไปอย่างช้าๆ

ที่นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเย็นสบายและความผ่อนคลาย เหมาะกับการเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับในฤดูร้อน

สรุป

สายลมเย็นริมแม่น้ำ แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ในศาลเจ้า และรสชาติอาหารที่อ่อนโยน… ทริปไปเช้าเย็นกลับที่นากาโทโระครั้งนี้ ทำให้เราได้สัมผัสกับความเงียบสงบที่เคยหลงลืมไปในวันยุ่งๆ

ด้วยบัตรเดินทาง Chichibu Free Pass เราได้เที่ยวอย่างคุ้มค่าและสบายใจตลอดวัน ทั้งเครื่องรางและธรรมชาติก็เหมือนคอยส่งพลังใจเบาๆ ให้เราเดินหน้าต่อไปได้

ถ้าได้มาอีกครั้ง ฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีน่าจะสวยงามไม่แพ้กันเลย…

นากาโทโระเผยเสน่ห์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล

เป็นสถานที่ที่ทำให้เราอยากกลับไปอีกครั้ง… ในวันที่ใจเรียกร้องโดยไม่ต้องมีเหตุผล